ประเทศปลายน้ำได้รับผลอย่างไรกับสนธิสัญญาน้ำ

น้ำถือว่าเป็นปัจจัยที่คอยหล่อเลี้ยงคนทั้งโลกให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างไม่อดอยาก เคยมีคำกล่าวที่ระบุเอาไว้อย่างชัดเจนว่าขาดอาหาร 7 วันยังพอทนอยู่ได้ แต่ถ้าหากขาดน้ำไม่เกิน 3 วัน ก็คงไม่มีใครจะรอดชีวิตไปได้นี่คือเรื่องจริงที่ทุกคนรู้กันดีด้วยเหตุนี้เมื่อมีการแบ่งแยกพื้นที่ออกเป็นแต่ละประเทศอย่างชัดเจนในปัจจุบัน เรื่องของแหล่งน้ำจืดจึงกลายเป็นปัญหาสำคัญของหลายๆ ประเทศที่ตัวเองรู้สึกว่าค่อนข้างถูกเอารัดเอาเปรียบ บ่อยครั้งที่เราอาจเห็นได้ว่ามีปัญหาในเรื่องของการแย่งความเป็นเจ้าของในเรื่องของการใช้น้ำ ด้วยเหตุนี้จึงต้องมีการจัดทำสนธิสัญญาน้ำขึ้น สนธิสัญญาน้ำ ก็หมายถึงการทำสัญญาที่ว่ากันด้วยเรื่องของการใช้ประโยชน์จากน้ำ เป็นการทำข้อตกลงระหว่างพื้นที่ประเทศต่างๆ ที่จำเป็นจะต้องใช้แม่น้ำสายเดียวกันหรือจำเป็นต้องใช้แหล่งน้ำที่เดียวทั้งนี้ก็เพื่อความเป็นธรรมของแต่ละประเทศในการใช้น้ำ โดยสนธิสัญญาน้ำที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงและโด่งดังเป็นอย่างมากก็คงจะหนีไม่พ้น สนธิสัญญาน้ำระหว่างอินเดียกับปากีสถานที่เป็นเรื่องของการแบ่งพื้นที่กันใช้น้ำของแม่น้ำสินธุ ถึงกระนั้นแม่น้ำสินธุเองคือแม่น้ำที่มีต้นกำเนิดมาจากทิเบตในประเทศจีนก่อนที่จะไหล่ผ่านมายังอินเดียกับปากีสถาน นั่นหมายความว่าปากีสถานคือประเทศปลายน้ำที่จะได้รับน้ำจากแม่น้ำสายนี้ เมื่อตัวเองเป็นประเทศปลายน้ำผลกระทบจากสิ่งนี้จึงเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยสามารถระบุผลกระทบที่จะได้รับแยกออกเป็นข้อๆ ได้ดังนี้   1.ปัญหาภัยแล้ง – ปัญหาภัยแล้งของประเทศปลายน้ำก็เกิดจากการที่ประเทศต้นน้ำใช้ปริมาณน้ำที่ไหลในแม่น้ำมากจนเกินความพอดี เมื่อปริมาณน้ำที่ใช้มีน้อยกว่าความต้องการนั่นจึงหมายถึงว่ากว่าที่น้ำจะไหลมายังประเทศปลายน้ำปริมาณของน้ำก็แห้งขอดเกินกว่าที่จะใช้ประโยชน์ได้อย่างครบถ้วน เมื่อเป็นเช่นนี้จึงทำให้ประเทศปลายน้ำทั้งหลายเกิดปัญหาภัยแล้งขึ้นจากการที่ไม่สามารถใช้น้ำในแม่น้ำที่ทำสนธิสัญญากันเอาไว้ได้   2.ปัญหาความสกปรก – ด้วยความที่ประเทศต้นน้ำคือประเทศที่ได้ใช้ประโยชน์จากน้ำก่อน สิ่งสกปรกต่างๆ จึงเป็นสิ่งที่สามารถติดมากับน้ำได้อย่างไม่ยากเย็น ผู้ที่ต้องรับเคราะห์ก็คือเหล่าบรรดาประเทศปลายน้ำที่บางครั้งก็ไม่สามารถใช้ประโยชน์จากน้ำได้อย่างเต็มร้อย   3.ปัญหาความอดอยาก – เมื่อ 2 ปัญหาข้างต้นมารวมกันจึงเกิดกลายเป็นปัญหาความอดอยากของเหล่าบรรดาประเทศปลายน้ำทั้งหลาย เมื่อไม่มีน้ำใช้จึงไม่สามารถที่จะทำอะไรได้อย่างเป็นชิ้นเป็นอัน จึงทำให้เกิดภาวะอดอยากในประเทศนั้นๆ

10 สิ่งที่ต้องรู้เกี่ยวกับสนธิสัญญาน้ำ

ถือได้ว่าเป็นเวลาเกือบ 60 ปี เข้าไปแล้วที่ประเทศอินเดียกับปากีสถานสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุขปราศจากปัญหาขอพิพาทต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของน้ำ โดยประเด็นหลักก็คงอยู่ที่เรื่องของการใช้แม่น้ำสินธุและแม่น้ำแคว เหตุผลที่ความสงบสุขในเรื่องของการใช้น้ำระหว่างสองประเทศนี้สงบสุขลงได้ก็มาจากการที่มีการทำสนธิสัญญาน้ำ หากจะย้อนเวลากลับไปก่อนหน้านี้ต้องบอกเลยว่าทางรัฐบาลของอินเดียเองก็ไม่สามารถที่จะหาทางออกที่ดีได้ในการแบ่งปันน้ำที่ได้ไหลผ่านระหว่างประเทศอินเดียกับปากีสถาน จากการที่มีสนธิสัญญาฉบับนี้ขึ้นก็เปรียบได้กับการเป็นตัวอย่างที่ดีในเรื่องของการใช้ทรัพยากรน้ำร่วมกันผ่านการทำงานทางด้านกฎหมาย อย่างไรก็ดีลองมาเรียนรู้กับ 10 สิ่งที่ต้องรู้ในสนธิสัญญาน้ำฉบับนี้ว่ามีอะไรที่น่าสนใจบ้าง 1.สนธิสัญญาน้ำของแม่น้ำสินธุได้ลงนามเมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2503 ที่เมืองบาราจี โดยมีนาย Jawaharlal Nehru นายกรัฐมนตรีของประเทศอินเดีย และนาย Ayub Khan ประธานาธิบดีของปากีสถาน เป็นผู้ร่วมลงนามด้วย 2.สนธิสัญญาน้ำฉบับนี้เป็นนายหน้าโดยธนาคารโลก หรือ World Bank for Reconstruction and Development 3.จริงๆ แล้วในสนธิสัญญาฉบับนี้ก็ยังคงมีข้อถกเถียงที่ไม่ชัดเจนอยู่ว่า ตาสนธิสัญญาการบริหารจัดการว่าด้วยแม่น้ำสินธุและแม่น้ำแควที่ทำการไหลผ่านทั้ง 2 ประเทศนี้จะถูกนำมาใช้ประโยชน์อย่างไร 4.ตามหลักของสนธิสัญญาที่ได้ระบุเอาไว้ แม่น้ำ 3 สายทางฝั่งตะวันออกประกอบไปด้วยแม่น้ำ Beas, Ravi และ Sutlej จะเป็นการดูแลของอินเดีย ส่วนแม่น้ำ 3 สายทางฝั่งตะวันตกประกอบไปด้วยแม่น้ำ Indus, Chenab และ […]

ดอนหอยหลอดหนึ่งในสัญญาพื้นที่ชุ่มน้ำ

พื้นที่ชุ่มน้ำที่อยู่ใกล้กับกรุงเทพฯ นั้นถ้าบอกชื่อไปหลายๆ คนรู้จักเป็นอย่างดีแน่นอนคือ ดอนหอยหลอด หนึ่งในสัญญาพื้นที่ชุ่มน้ำ ที่ประเทศไทยได้ประการเข้าร่วมเป็นแห่งที่ 3 เป็นสถานที่พิเศษแห่งหนึ่งเลยก็ว่าได้ เพราะส่วนใหญ่แล้วพื้นที่ชุ่มน้ำที่ได้ทำการลงทะเบียนไว้นั้นจะไม่มีลักษณะเป็นตะกอนซึ่งต่างกับดอนหอยหลอด หากถึงเวลาน้ำลงจะพบกับโคลนและในนั้นเองจะเจอกับหอยหลอดอาศัยอยู่ ทำให้เกิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งเมื่อนักท่องเที่ยวมาต้องลองหาหอยหลอดกันแทบทุกคน สำหรับใครที่ยังไม่เคยได้ลองหาวันนี้จะอธิบายขั้นตอนทีละอย่างให้ได้ทราบกัน เมื่อไปถึงแล้วเช่าไม้กระดานจากชาวบ้านพร้อมปูขาวและไม่เล็กๆ จากนั้นก็ลุยหากันได้เลย โดยที่อยู่บนไม่กระดานแล้วไถตัวไปตามโคลน หากเจอจุดที่สงสัยให้นำไม่ไปจิ้มกับปูขาวแล้วแทงลงไปในรูถ้ามีหอยหลอดอยู่ก็หนีปูขาวขึ้นมาให้ได้จับกัน สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรทำเมื่อไปหาหอยหลอดนั้นคือ การที่นำปูขาวเทลงไปเลยเพราะว่าจะทำให้หอยหลอดตัวเล็กที่ยังไม่สามารถเก็บได้ตายไปด้วยรวมถึงหอยหลอดตัวอื่นๆ บริเวณใกล้เคียง ถ้าใครจะไปหาหอยหลอดแนะนำว่าไปช่วง เดือนมีนาคม – พฤษภาคม จะเป็นช่วงที่จะพบหอยหลอดได้มากอีกทั้งยังสร้างรายได้ให้กับคนในพื้นที่ นอกจากนี้ยังเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์อื่นๆ อีกมากมาย เช่นนกชายฝั่ง นกทะเล เหยี่ยว นอกจากหอยหลอดแล้วยังมีหอยแครง หอยเสียบ หอยปากเป็ด หอยกะพง และยังเป็นป่าชายเลนอีกด้วย พื้นที่ของดอนหอยหลอดนับว่าเป็นพื้นที่ที่มีส่วนในการช่วยกรองตะกอนก่อนที่จะไหลลงสู่ทะเล ฉะนั้นจึงมีสภาพอย่างที่เห็นสำหรับนักท่องเที่ยวสามารถที่จะซื้อของฝากได้มากมาย แต่สิ่งหนึ่งหากได้ไปเที่ยวแล้วช่วยกันรักษาความสะอาดในพื้นที่ดอนหอยหลอดไม่อย่างนั้นแล้วสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ที่อาศัยอยู่จะได้รับผลกระทบเป็นอย่างมากรวมถึงผืนป่าชายเลน ขยะนับเป็นปัญหาสำคัญอย่างหนึ่งที่สร้างผลกระทบต่อชาวบ้านในพื้นที่รวมถึงรายได้จากนักท่องเที่ยวไม่อย่างนั้นแล้วดอนหอยหลอดหนึ่งในสัญญาพื้นที่ชุ่มน้ำจะไม่มีอีกต่อไปในอนาคต ดอนหอยหลอดต้องคอยต่อสู้และแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมมาโดยตลอด ที่โรงงานอุตสาหกรรมทำการปล่อยน้ำเสีย บุกรุกพื้นที่ป่าชายเลนเพื่อเลี้ยงสัตว์น้ำ ทำร้านอาหารรุกล้ำพื้นที่ทะเล การทิ้งขยะอย่างที่กล่าวไปแล้ว การหาหอยหลอดที่ผิดวิธีและอื่นๆ อีกมากมาย คนละไม้คนละมือเพื่อวันข้างหน้าของดอนหอยหลอดกันนะครับ