ความสำคัญของเครื่องเติมออกซิเจนให้แก่น้ำ

น้ำเป็นสิ่งสำคัญของสิ่งมีชีวิตทุกประเภทแต่ปัญหาใหญ่ในเวลานี้ก็คือเกิดน้ำเสียมากมายจนทำให้สิ่งมีชีวิตหลายๆ ชนิดรวมถึงคนเองก็ไม่สามารถใช้น้ำได้จากแหล่งน้ำหลายๆ แห่ง ปัญหาน้ำเสียยังคงเป็นปัญหาใหญ่ระดับโลกที่ไม่ใช่แค่การรอให้หน่วยงานเกี่ยวข้องเข้ามาจัดการเท่านั้น ผู้คนที่อาศัยอยู่บริเวณแหล่งน้ำแต่ละแห่งเองก็ต้องเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมมือร่วมใจเพื่อให้น้ำในแหล่งน้ำของตนเองยังคงใช้งานได้ตามปกติเหมือนเดิม การเติมออกซิเจนถือเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างน้ำดีให้กลับคืนมาอีกครั้งซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างมาก แต่การจะเติมออกซิเจนเข้าไปได้นั้นก็ต้องอาศัยเครื่องเติมออกซิเจนเข้ามาเป็นตัวช่วย ความสำคัญของตัวเครื่องเติมออกซิเจนให้แก่น้ำ ต้องอธิบายให้เข้าใจก่อนว่าจริงๆ แล้วการเติมออกซิเจนให้กับน้ำสามารถทำได้หลัก 2 แบบนั่นคือการเติมเองโดยธรรมชาติกับการเติมด้วยเครื่องเติมออกซิเจน ซึ่งเครื่องเติมออกซิเจนก็มีอยู่ด้วยกันหลากหลายประเภทอย่างที่เรารู้จักกันดีก็เช่น กังหันน้ำชัยพัฒนา, เครื่องกลในระบบบำบัดแบบสระเติมอากาศ, เครื่องกลในแบบของตะกอนเร่ง เป็นต้น สำหรับการใช้งานเครื่องเติมอากาศมีความจำเป็นอย่างมากที่ต้องเอาพลังงานเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องพร้อมทั้งต้องมีการควบคุมให้อยู่ในระดับอันเหมาะสมด้วยเพราะไม่อย่างนั้นจะทำให้เกิดการสูญเสียพลังงานไปโดยเปล่าประโยชน์ ความสำคัญหลักๆ ของเครื่องกลเติมออกซิเจนให้กับน้ำจะมีอยู่ด้วยกันหลักๆ 2 ประเด็นคือ เป็นผู้ให้ออกซิเจนกับน้ำในระบบของการบำบัดน้ำเสียให้เกิดความเพียงพอมากที่สุด เพื่อไม่ให้น้ำขาดออกซิเจนจนกลายเป็นน้ำเสียไม่สามารถใช้งานได้อย่างที่ควรจะเป็น ใช้สำหรับการกวนน้ำเพื่อช่วยให้ออกซิเจนที่ละลายอยู่ในน้ำกระจายออกไปให้ทั่วถึงและเสมอภาคกันในบริเวณที่ต้องการ พลังงานที่จะใช้กวนก็ต้องพอดีกับการกระจายออกซิเจนออกไปต่อจุลินทรีที่เจริญเติบโตในน้ำ ถ้ากวนน้อยเกินไปจุลินทรีจะได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอก็จะทำงานได้ไม่ดีอย่างที่ควรจะเป็นแต่ถ้าหากว่ากวนแรงเกินไปก็จะกลายเป็นการสิ้นเปลืองพลังงานโดยไม่เกิดประโยชน์อะไรขึ้นมา สำหรับเครื่องเติมอากาศแต่ละชนิดจะมีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับลักษณะของการใช้งานและการออกแบบเพื่อให้เหมาะสมกับพื้นที่บริเวณต่างๆ ที่ต้องการใช้งาน อย่างไรก็ตามการร่วมกันคนละไม้คนละมือเพื่อทำให้แหล่งน้ำกลับมามีออกซิเจน ใสสะอาดสามารถใช้งานได้ดังเดิมก็เป็นสิ่งสำคัญที่สุด การร่วมมือด้วยตัวของเราเองอย่างน้อยๆ ก็ทำให้เราได้รู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลทรัพยากรน้ำให้ยังคงอยู่ต่อไป

การใช้น้ำประจำวันอย่างประหยัด

น้ำเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าของโลกอย่างมาก เป็นสิ่งที่หล่อเลี้ยงชีวิตคนทั้งโลกมาตั้งแต่ยุคโบราณกาลดังนั้นเมื่อก้าวมาสู่ยุคนี้ที่น้ำเกิดจากการผลิตของภาครัฐการใช้น้ำอย่างประหยัดจึงเป็นสิ่งสำคัญ คิดง่ายๆ ว่าหากเราใช้น้ำกันเกินความต้องการแล้ววันหนึ่งไม่มีน้ำให้ใช้มันคงเป็นสิ่งที่ลำบากต่อการใช้ชีวิตน่าดู ชีวิตประจำวันที่เราดำเนินไปอยู่เราจึงสามารถใช้น้ำอย่างประหยัดได้ง่ายๆ โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนลงแรงอะไรมากด้วยซ้ำเพียงแค่รู้จักการใช้ให้เหมาะสมเท่านั้นเอง ปิดน้ำระหว่างแปรงฟัน ถูสบู่ หรือสระผม – คนจำนวนไม่น้อยเวลาอาบน้ำที่ต้องใช้ฝักบัวพอถึงตอนที่จะสระผมหรือถูสบู่ก็มักจะเปิดน้ำจากฝักบัวทิ้งเอาไว้ด้วยซึ่งน้ำที่ไหลผ่านมานั้นเป็นน้ำที่ผ่านไปโดยไม่ได้เกิดประโยชน์เลย เช่นเดียวกับตอนแปรงฟันที่ระหว่างแปรงก็มักจะเปิดก๊อกน้ำทิ้งไว้ การที่เราเลือกปิดน้ำระหว่างทำกิจกรรมเหล่านี้ก็เป็นวิธีการประหยัดน้ำแบบง่ายๆ ตรวจสอบท่อและก๊อกน้ำอยู่เสมอ – การที่ท่อน้ำหรือก๊อกน้ำมีรอยรั่วรอยหยดเล็กๆ บางคนอาจคิดว่าไม่เห็นเป็นไรแต่จริงๆ แล้วเมื่อน้ำจากท่อนั้นหยดทุกวันเข้านอกจากจะทำให้เปลืองน้ำโดยใช่เหตุแล้วยังทำให้น้ำผ่านออกไปไม่แรงจนต้องเปิดน้ำให้สุดซึ่งก็เปลืองน้ำเข้าไปอีก ล้างจานแบบประหยัดน้ำ – คนส่วนใหญ่มักล้างจานด้วยการเปิดน้ำไหลผ่านจานให้น้ำยาล้างจานออกจนหมดซึ่งเปลืองน้ำมากๆ ให้ลองเปลี่ยนมาเป็นเปิดน้ำใส่กะละมังหรือซิงค์ไว้ก่อนจากนั้นจึงตักล้างจะประหยัดมากกว่า ซักผ้าปริมาณมาก – หลายๆ บ้านมักชอบซักผ้าเป็นประจำทุกวันทั้งๆ ที่เสื้อผ้าอาจมีแค่ 2-3 ชิ้น ซึ่งถือว่าเป็นการสิ้นเปลืองน้ำแบบสุดๆ เพราะต้องใช้น้ำในปริมาณใกล้เคียงกันทุกครั้งไม่ว่าจะซักผ้าปริมาณเยอะน้อยขนาดไหน ดังนั้นการซักผ้าครั้งละมากๆ จะทำให้ประหยัดน้ำที่ใช้ได้มากกว่า นำน้ำที่ผ่านการใช้งานไปใช้ประโยชน์ด้านอื่น – เช่นน้ำซักผ้าน้ำสุดท้ายที่ไม่มีผงซักฟอกอยู่แล้วเราสามารถนำไปใช้รดน้ำต้นไม้ได้ทำให้ไม่ต้องเปลืองการเปิดน้ำเพื่อรดน้ำต้นไม้ เป็นต้น อย่าล้างผักหรือเนื้อสัตว์ด้วยการเปิดน้ำไหลผ่าน – การเปิดน้ำไหลผ่านผัก ผลไม้ หรือเนื้อสัตว์จะใช้ปริมาณน้ำในการล้างเยอะมากๆ ดังนั้นลองเปลี่ยนมาเป็นรองน้ำใส่กะละมังหรือซิงค์แล้วนำผัก ผลไม้ หรือเนื้อสัตว์ไปล้างจะทำให้ประหยัดน้ำได้มากกว่าหลายเท่าตัวและยังทำให้สะอาดอย่างที่ต้องการด้วย

ทฤษฎี โครงการน้ำดีไล่น้ำเสีย

ทฤษฎีน้ำดีไล่น้ำเสียเป็นอีกทฤษฎีหนึ่งที่ใช้เพื่อการทำให้น้ำเสียกลายมาเป็นน้ำซึ่งสามารถใช้ประโยชน์ได้อีกครั้ง เป็นทฤษฎีที่คนไทยอาจฟังดูคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีเนื่องจากว่าเป็นแนวทฤษฎีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นหลักการบำบัดน้ำเสียด้วยการทำให้เกิดความเจือจางเป็นการใช้หลักจากธรรมชาติตามแรงโน้มถ่วงของโลกนั่นเอง เป็นทฤษฎีที่มีความน่าสนใจอย่างมาก ว่าด้วยเรื่องของแนวคิดทฤษฎีน้ำดีไล่น้ำเสีย การเลือกใช้น้ำอย่างมีคุณภาพดีมาช่วยบรรเทาเหล่าบรรดาน้ำเสียหรือจากแนวทฤษฎีเรียกกันว่า น้ำดีไล่น้ำเสีย ประกอบไปด้วย การใช้น้ำอย่างมีคุณภาพดีช่วยในการผลักด้นน้ำเน่าเสียให้ออกไป ส่งผลให้น้ำเน่าเสียมีสภาพเจือจางมากยิ่งขึ้นด้วย ขั้นตอนพื้นฐานก็คือรับน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาหรือบริเวณแหล่งน้ำจากภายนอกส่งไปตามลำคลองหรือแหล่งน้ำต่างๆ อาทิคลองบางเขน คลองแสนแสบ คลองบางซื่อ คลองบางลำพู คลองเทเวศร์ เป็นต้น กระแสน้ำดังกล่าวจะไหลแผ่กระจายเพื่อให้ขยายออกไปตามคลองต่างๆ มีการเชื่อมต่อกับแม่น้ำเจ้าพระยาอีกด้านหนึ่ง พอมีการกำหนดวงรอบเกี่ยวกับการไหลของน้ำไปตามพื้นที่คลองต่างๆ ตั้งแต่บริเวณปากคลองน้ำได้ไหลเข้ามาจนถึงพื้นที่ปลายคลองเพื่อให้น้ำไหลออกไปได้อย่างเหมาะสม โดยน้ำยังคงไหลเวียนไปตามลำคลองได้ตลอด จากน้ำเหล่านี้ย่อมสร้างความเจือจางให้กับน้ำเน่าเสียพร้อมทั้งนำพาสิ่งสกปรกต่างๆ เป็นวิธีการจะช่วยบรรเทาปัญหาในเรื่องของน้ำเสียในบริเวณคลองต่างๆ ในช่วงหน้าร้อนได้เป็นอย่างดี ซึ่งจากแนวพระราชดำริในเรื่อง น้ำดีไล่น้ำเสีย คือ ให้ทำการเปิดประตูอาคารควบคุมการรับน้ำจากบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยาในเวลาน้ำขึ้น พร้อมกับมีการระบายออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาในช่วงน้ำลง จะทำให้น้ำบริเวณลำคลองต่างๆ มีโอกาสไหล่จนเกิดการถ่ายเทมากขึ้นกว่าเดิม เกิดการหมุนเวียนของน้ำเกิดสภาพเน่าเสียจนกลายเป็นน้ำที่มีคุณภาพดีมากขึ้น บริเวณคลองเปรมประชากรช่วงล่างเป็นคลองช่วงหนึ่งสามารถรับน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อไปบำบัดน้ำเสียได้โดยให้กระจายไปตามคลองต่างๆ ของกรุงเทพฯ จึงเห็นควรมีการขุดลอกคลองพร้อมมีการกำจัดวัชพืชเพื่อช่วยให้เป็นคลองสายหลักสำหรับการผันน้ำคุณภาพดีไปช่วยทำให้น้ำเสียเจือจางลง การใช้งานทฤษฎีน้ำดีไล่น้ำเสียถือเป็นแนวทางทฤษฎีที่จะช่วยให้น้ำเกิดความใสสะอาดขึ้นได้จากธรรมชาติโดยไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือหรือวัสดุอื่นๆ เข้าไปช่วยเหลือมากมายนัก