ความขัดแย้งระหว่างอินเดียกับปากีสถานในสนธิสัญญาน้ำ

น้ำจืดถือว่าเป็นสิ่งที่ธรรมชาติสร้างขึ้นเพื่อคอยหล่อเลี้ยงเหล่าบรรดาสิ่งมีชีวิตบนโลกทั้งหลายให้สามารถมีชีวิตอาศัยอยู่ได้ เป็นสิ่งสำคัญที่คน สัตว์ และพืชแทบทุกชนิดจำเป็นต้องใช้เพื่อการดำรงชีพหากขาดน้ำจืดก็คงจะไม่สามารถมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ได้บนโลกใบนี้อย่างแน่นอน เมื่อเป็นเช่นนั้นบริเวณใดก็ตามที่มีแหล่งน้ำจืดจึงเป็นบริเวณที่มีความสำคัญอย่างที่สุด คนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่บริเวณนั้นเองจึงจำเป็นจะต้องหวงแหนเป็นเรื่องธรรมดา   เมื่อโลกถูกแบ่งพรหมแดนออกเป็นประเทศต่างๆ นั่นก็หมายความว่าอาณาเขตของโลกใบนี้ทุกพื้นที่ต่างก็มีเจ้าของกันไปหมด แหล่งน้ำจืดในพื้นที่ต่างๆ ด้วยก็เช่นเดียวกัน เมื่อเป็นเช่นนี้ทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้งขึ้นระหว่าง 2 ประเทศนั่นคือ อินเดียกับปากีสถาน ประเด็นหลักของความขัดแย้งนี้ก็คือเรื่องของแหล่งน้ำจืด จากปัญหาที่เกิดขึ้นนี้เองทำให้เกิดเป็นสนธิสัญญาว่าด้วยน้ำของแม่น้ำสินธุขึ้นมา โดยสัญญาดังกล่าวนี้เป็นสัญญาเกี่ยวกับการกระจายแหล่งน้ำระหว่างประเทศอินเดียกับปากีสถาน โดยสนธิสัญญาดังกล่าวมีนายหน้าก็คือธนาคารโลก สนธิสัญญาฉบับดังกล่าวนี้ถูกลงสนามที่เมืองการาจี เมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2503 ในการเซ็นสนธิสัญญาดังกล่าวมีการยินยอมของนาย Jawaharlal Nehru นายกรัฐมนตรีของอินเดีย กับ นาย Ayub Khan ประธานาธิบดีของปากีสถาน เป็นผู้ร่วมลงนาม ตามข้อตกลงของการเซ็นสัญญาดังกล่าวได้มีการะบุเอาไว้เกี่ยวกับการควบคุมแม่น้ำทั้ง 3 สายของฝั่งตะวันออก ประกอบไปด้วยแม่น้ำ Beas, Ravi และ Sutlej เป็นของประเทศอินเดีย ส่วนในด้านของการควบคุมน้ำฝั่งตะวันตกที่ประกอบไปด้วยแม่น้ำ Indus, Chenab และ Jhelum เป็นของปากีสถาน อย่างไรก็ตามแม้จะมีการทำสนธิสัญญาดังกล่าวเกิดขึ้นแต่ก็ยังคงมีข้อถกเถียงที่ว่าด้วยเรื่องของบทบัญญัติว่าแท้จริงแล้วน่านน้ำต่างๆ ของ 2 ประเทศควรจะมีการแบ่งกันอย่างไร เพราะตามรูปแบบของสนธิสัญญาได้มีการอนุญาตให้อินเดียสามารถใช้งานเพื่อการชลประทานได้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการขนส่ง, […]

ประเทศปลายน้ำได้รับผลอย่างไรกับสนธิสัญญาน้ำ

น้ำถือว่าเป็นปัจจัยที่คอยหล่อเลี้ยงคนทั้งโลกให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างไม่อดอยาก เคยมีคำกล่าวที่ระบุเอาไว้อย่างชัดเจนว่าขาดอาหาร 7 วันยังพอทนอยู่ได้ แต่ถ้าหากขาดน้ำไม่เกิน 3 วัน ก็คงไม่มีใครจะรอดชีวิตไปได้นี่คือเรื่องจริงที่ทุกคนรู้กันดีด้วยเหตุนี้เมื่อมีการแบ่งแยกพื้นที่ออกเป็นแต่ละประเทศอย่างชัดเจนในปัจจุบัน เรื่องของแหล่งน้ำจืดจึงกลายเป็นปัญหาสำคัญของหลายๆ ประเทศที่ตัวเองรู้สึกว่าค่อนข้างถูกเอารัดเอาเปรียบ บ่อยครั้งที่เราอาจเห็นได้ว่ามีปัญหาในเรื่องของการแย่งความเป็นเจ้าของในเรื่องของการใช้น้ำ ด้วยเหตุนี้จึงต้องมีการจัดทำสนธิสัญญาน้ำขึ้น สนธิสัญญาน้ำ ก็หมายถึงการทำสัญญาที่ว่ากันด้วยเรื่องของการใช้ประโยชน์จากน้ำ เป็นการทำข้อตกลงระหว่างพื้นที่ประเทศต่างๆ ที่จำเป็นจะต้องใช้แม่น้ำสายเดียวกันหรือจำเป็นต้องใช้แหล่งน้ำที่เดียวทั้งนี้ก็เพื่อความเป็นธรรมของแต่ละประเทศในการใช้น้ำ โดยสนธิสัญญาน้ำที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงและโด่งดังเป็นอย่างมากก็คงจะหนีไม่พ้น สนธิสัญญาน้ำระหว่างอินเดียกับปากีสถานที่เป็นเรื่องของการแบ่งพื้นที่กันใช้น้ำของแม่น้ำสินธุ ถึงกระนั้นแม่น้ำสินธุเองคือแม่น้ำที่มีต้นกำเนิดมาจากทิเบตในประเทศจีนก่อนที่จะไหล่ผ่านมายังอินเดียกับปากีสถาน นั่นหมายความว่าปากีสถานคือประเทศปลายน้ำที่จะได้รับน้ำจากแม่น้ำสายนี้ เมื่อตัวเองเป็นประเทศปลายน้ำผลกระทบจากสิ่งนี้จึงเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยสามารถระบุผลกระทบที่จะได้รับแยกออกเป็นข้อๆ ได้ดังนี้   1.ปัญหาภัยแล้ง – ปัญหาภัยแล้งของประเทศปลายน้ำก็เกิดจากการที่ประเทศต้นน้ำใช้ปริมาณน้ำที่ไหลในแม่น้ำมากจนเกินความพอดี เมื่อปริมาณน้ำที่ใช้มีน้อยกว่าความต้องการนั่นจึงหมายถึงว่ากว่าที่น้ำจะไหลมายังประเทศปลายน้ำปริมาณของน้ำก็แห้งขอดเกินกว่าที่จะใช้ประโยชน์ได้อย่างครบถ้วน เมื่อเป็นเช่นนี้จึงทำให้ประเทศปลายน้ำทั้งหลายเกิดปัญหาภัยแล้งขึ้นจากการที่ไม่สามารถใช้น้ำในแม่น้ำที่ทำสนธิสัญญากันเอาไว้ได้   2.ปัญหาความสกปรก – ด้วยความที่ประเทศต้นน้ำคือประเทศที่ได้ใช้ประโยชน์จากน้ำก่อน สิ่งสกปรกต่างๆ จึงเป็นสิ่งที่สามารถติดมากับน้ำได้อย่างไม่ยากเย็น ผู้ที่ต้องรับเคราะห์ก็คือเหล่าบรรดาประเทศปลายน้ำที่บางครั้งก็ไม่สามารถใช้ประโยชน์จากน้ำได้อย่างเต็มร้อย   3.ปัญหาความอดอยาก – เมื่อ 2 ปัญหาข้างต้นมารวมกันจึงเกิดกลายเป็นปัญหาความอดอยากของเหล่าบรรดาประเทศปลายน้ำทั้งหลาย เมื่อไม่มีน้ำใช้จึงไม่สามารถที่จะทำอะไรได้อย่างเป็นชิ้นเป็นอัน จึงทำให้เกิดภาวะอดอยากในประเทศนั้นๆ

10 สิ่งที่ต้องรู้เกี่ยวกับสนธิสัญญาน้ำ

ถือได้ว่าเป็นเวลาเกือบ 60 ปี เข้าไปแล้วที่ประเทศอินเดียกับปากีสถานสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุขปราศจากปัญหาขอพิพาทต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของน้ำ โดยประเด็นหลักก็คงอยู่ที่เรื่องของการใช้แม่น้ำสินธุและแม่น้ำแคว เหตุผลที่ความสงบสุขในเรื่องของการใช้น้ำระหว่างสองประเทศนี้สงบสุขลงได้ก็มาจากการที่มีการทำสนธิสัญญาน้ำ หากจะย้อนเวลากลับไปก่อนหน้านี้ต้องบอกเลยว่าทางรัฐบาลของอินเดียเองก็ไม่สามารถที่จะหาทางออกที่ดีได้ในการแบ่งปันน้ำที่ได้ไหลผ่านระหว่างประเทศอินเดียกับปากีสถาน จากการที่มีสนธิสัญญาฉบับนี้ขึ้นก็เปรียบได้กับการเป็นตัวอย่างที่ดีในเรื่องของการใช้ทรัพยากรน้ำร่วมกันผ่านการทำงานทางด้านกฎหมาย อย่างไรก็ดีลองมาเรียนรู้กับ 10 สิ่งที่ต้องรู้ในสนธิสัญญาน้ำฉบับนี้ว่ามีอะไรที่น่าสนใจบ้าง 1.สนธิสัญญาน้ำของแม่น้ำสินธุได้ลงนามเมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2503 ที่เมืองบาราจี โดยมีนาย Jawaharlal Nehru นายกรัฐมนตรีของประเทศอินเดีย และนาย Ayub Khan ประธานาธิบดีของปากีสถาน เป็นผู้ร่วมลงนามด้วย 2.สนธิสัญญาน้ำฉบับนี้เป็นนายหน้าโดยธนาคารโลก หรือ World Bank for Reconstruction and Development 3.จริงๆ แล้วในสนธิสัญญาฉบับนี้ก็ยังคงมีข้อถกเถียงที่ไม่ชัดเจนอยู่ว่า ตาสนธิสัญญาการบริหารจัดการว่าด้วยแม่น้ำสินธุและแม่น้ำแควที่ทำการไหลผ่านทั้ง 2 ประเทศนี้จะถูกนำมาใช้ประโยชน์อย่างไร 4.ตามหลักของสนธิสัญญาที่ได้ระบุเอาไว้ แม่น้ำ 3 สายทางฝั่งตะวันออกประกอบไปด้วยแม่น้ำ Beas, Ravi และ Sutlej จะเป็นการดูแลของอินเดีย ส่วนแม่น้ำ 3 สายทางฝั่งตะวันตกประกอบไปด้วยแม่น้ำ Indus, Chenab และ […]