วิธีการทำน้ำเสียให้เป็นน้ำสะอาด

ทรัพยากรธรรมชาติหากเราไปเปลี่ยนแปลงหรือทำให้มันแย่ลงกว่าเดิมอีกหน่อยมันก็คงเป็นสิ่งที่สร้างความลำบากให้กับตัวของเราเองอย่างแน่นอน ส่วนหนึ่งของสิ่งที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็คือเรื่องของน้ำเสียที่เรายังคงเห็นได้อยู่ทุกวันไม่ว่าจะเป็นการปล่อยน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม การทิ้งขยะลงทะเล แม่น้ำลงคลอง หรือแม้แต่เรื่องของภาวะน้ำท่วมที่ก่อให้เกิดน้ำเสียตามมาได้เช่นเดียวกัน ปัญหาเหล่านี้คือปัญหาที่เกิดขึ้นจากฝีมือของมนุษย์เสียเป็นส่วนใหญ่แต่ก็ยังคงมีหลายคนตั้งคำถามตามมาว่าแล้วจะมีวิธีการอย่างไรไม่ให้น้ำเสียเหล่านี้กลายเป็นน้ำเสียที่ไร้คุณภาพ เราสามารถมีวิธีในการกำจัดน้ำเสียเหล่านี้ได้หรือไม่ จริงๆ แล้วในบางกรณีเราก็สามารถเปลี่ยนน้ำเสียให้กลายเป็นน้ำสะอาดได้โดยไม่ต้องคิดไปไกลให้เริ่มจากตัวของเราก่อนเลย วิธีการแรกเป็นวิธีการทำน้ำสะอาดโดยต้องอาศัยปัจจัยหลายข้อเริ่มจากการนำขวดน้ำขนาดไม่เกิน 2 ลิตร หากต้องวางนอนความหนาไม่ควรเกิน 10 ซม. แกะฉลากออก กรอกน้ำ 3/4 ของขวด ปิดฝาให้แน่นแล้วเขย่าสัก 20 ครั้ง กรอกน้ำให้เต็มแล้ววางขวดน้ำกลางแดดด้วยการกำหนดระยะเวลาดังนี้ 2 ชั่วโมง กรณีที่แดดจัดและมีการวางบนโลหะ เช่น สังกะสี 6 ชั่วโมง กรณีวางบนกระเบื้อง หรือพื้นซีเมนต์ 2 วัน กรณีที่มีเมฆมาก แสงแดดมีน้อย จากการกระทำลักษณะดังกล่าวนี้แสงแดดกับออกซิเจนในน้ำจะฆ่าเชื้อโรคได้ดี เป็นวิธีการที่เรียกว่า ฆ่าเชื้อด้วยแสงแดดแต่ว่าอาจต้องใช้เวลานานเสียหน่อยในการฆ่าเชื้อเพื่อให้ได้น้ำที่สะอาดแต่ถือเป็นวิธีการที่ดีที่สุด หากใครรอนานขนาดนั้นไม่ได้ก็สามารถใช้วิธีผสมคลอรีนลงไปได้เริ่มจากเลือกน้ำจากแหล่งน้ำที่ดูสะอาดหน่อยหรือไม่ก็ผ่านการกรองสักนิด หยดคลอรีนชนิดน้ำอัตรา 8 หยดต่อน้ำ 1 แกลลอน หรือ 2 หยดต่อน้ำ 1 ลิตร ทิ้งไว้ครึ่งชั่วโมง จะได้น้ำสะอาดแต่แต่ควรต้มก่อนการดื่มหรือปรุงอาหารทุกครั้ง อีกวิธีการที่ทำให้น้ำสะอาดได้ง่ายๆ เป็นวิธีการบ้านๆ แต่ก็ถือว่าได้ผลดีไม่น้อยอย่างเช่นการใช้สารส้มแกว่งด้วยการรองน้ำใส่ภาชนะทิ้งไว้ครึ่งชั่วโมง […]

ผลกระทบของน้ำเสียต่อสัตว์น้ำ

เรื่องของน้ำเสียเป็นสิ่งที่สร้างผลกระทบใหญ่หลวงให้กับทุกชีวิตที่อาศัยอยู่บนโลกใบนี้อย่างแท้จริงโดยเฉพาะเหล่าบรรดาสัตว์น้ำทั้งหลายที่ต้องใช้ชีวิตหลักๆ อยู่ในน้ำเมื่อเกิดน้ำเสียมากๆ ก็คล้ายกับคนเราที่อาศัยอยู่บนบกหากมีมลพิษหรืออากาศเสียมากๆ ก็ย่ำแย่ต่อชีวิตเหมือนกัน ซึ่งผลกระทบของน้ำเสียที่มีต่อสัตว์น้ำหากจะลองวัดกันดูแล้วก็มีอยู่ด้วยกันหลายเรื่องราวซึ่งผลกระทบเหล่านี้ยังส่งมาถึงสิ่งมีชีวิตอื่นๆ บนโลกรวมถึงมนุษย์เราเองด้วย เรียกว่าจากน้ำเสียที่มักง่ายปล่อยทิ้งลงแม่น้ำสามารถสร้างปัญหาใหญ่ระดับโลกได้เลยทีเดียว สัตว์น้ำเสียชีวิตง่ายขึ้น – จากการที่ปล่อยน้ำเสียลงสู้แม่น้ำลำคลองหรือทะเลตามพื้นที่ต่างๆ หากสัตว์น้ำเหล่านี้ได้รับของเสียโดยตรงก็ทำให้ไม่สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้ปกติ เมื่อไม่สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้ก็ต้องล้มตายกันไป ทำให้สัตว์น้ำเหล่านี้เสียชีวิตกันง่ายขึ้นและโอกาสในการสูญพันธ์ของสัตว์น้ำบางประเภทก็มีสูงมากขึ้นตามไปด้วย ประชากรสัตว์น้ำลดลง – ไม่ใช่แค่สัตว์น้ำที่มีชีวิตแล้วจะเสียชีวิตลงไปอย่างเดียวพวกตัวอ่อนหรือตัวที่กำลังอยู่ในไข่ทั้งหลายหากได้รับของเสียจากน้ำเสียเหล่านี้ก็จะทำให้พวกมันไม่สามารถเกิดหรือโตขึ้นมามีชีวิตแบบปกติได้ส่งผลให้เกิดการลดจำนวนลงของประชากรสัตว์น้ำอย่างรวดเร็วและส่งผลต่อเรื่องของการสูญพันธ์อีกเช่นเดียวกันเพราะไม่มีสัตว์น้ำที่เกิดขึ้นมาใหม่ สัตว์น้ำขาดแหล่งอาหาร – แม้ว่าสัตว์น้ำบางชนิดอาจไม่ได้รับผลลกระทบจากน้ำเสียโดยตรงแต่การที่สัตว์น้ำตัวอื่นๆ ได้รับผลกระทบและตายไปก็ทำให้สัตว์น้ำอื่นๆ ขาดแหล่งอาหารของตัวเองด้วย ถือเป็นวิธีการฆ่าสัตว์น้ำเหล่านี้ทางอ้อมเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ยังทำให้วัฏจักรธรรมชาติทางน้ำเสียสมดุลไปด้วย สัตว์น้ำไม่สามารถเป็นแหล่งอาหารของมนุษย์ได้ – อาจไม่ใช่ผลกระทบของสัตว์น้ำโดยตรงมากนักแต่ก็ต้องยอมรับว่าส่วนหนึ่งของสัตว์น้ำคือการเป็นอาหารให้กับมนุษย์ดังนั้นหากสัตว์น้ำได้รับสารพิษหรือล้มตายเป็นจำนวนมากมนุษย์ก็ไม่สามารถนำสัตว์น้ำเหล่านี้มาบริโภคได้เช่นเดียวกัน ซึ่งส่งผลกระทบเป็นทอดๆ อย่างชัดเจนมาก นี่เป็นเพียงแค่ผลกระทบของการปล่อยน้ำเสียลงสู่แม่น้ำลำคลองและมีผลกระทบต่อสัตว์น้ำเท่านั้นยังไม่รวมผลกระทบด้านอื่นๆ ที่จะตามมาอีกมากมายซึงถือว่าไม่ใช่เรื่องดีเลยแม้แต่น้อยกับการกระทำแบบนี้ ดังนั้นหากเลือกได้ควรหยุดการกระทำดังกล่าวเสียก่อนที่โลกของเราจะเกิดปัญหาต่างๆ ตามมาอีกมากมายเพราะความมักง่ายของมนุษย์

ดอนหอยหลอดหนึ่งในสัญญาพื้นที่ชุ่มน้ำ

พื้นที่ชุ่มน้ำที่อยู่ใกล้กับกรุงเทพฯ นั้นถ้าบอกชื่อไปหลายๆ คนรู้จักเป็นอย่างดีแน่นอนคือ ดอนหอยหลอด หนึ่งในสัญญาพื้นที่ชุ่มน้ำ ที่ประเทศไทยได้ประการเข้าร่วมเป็นแห่งที่ 3 เป็นสถานที่พิเศษแห่งหนึ่งเลยก็ว่าได้ เพราะส่วนใหญ่แล้วพื้นที่ชุ่มน้ำที่ได้ทำการลงทะเบียนไว้นั้นจะไม่มีลักษณะเป็นตะกอนซึ่งต่างกับดอนหอยหลอด หากถึงเวลาน้ำลงจะพบกับโคลนและในนั้นเองจะเจอกับหอยหลอดอาศัยอยู่ ทำให้เกิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งเมื่อนักท่องเที่ยวมาต้องลองหาหอยหลอดกันแทบทุกคน สำหรับใครที่ยังไม่เคยได้ลองหาวันนี้จะอธิบายขั้นตอนทีละอย่างให้ได้ทราบกัน เมื่อไปถึงแล้วเช่าไม้กระดานจากชาวบ้านพร้อมปูขาวและไม่เล็กๆ จากนั้นก็ลุยหากันได้เลย โดยที่อยู่บนไม่กระดานแล้วไถตัวไปตามโคลน หากเจอจุดที่สงสัยให้นำไม่ไปจิ้มกับปูขาวแล้วแทงลงไปในรูถ้ามีหอยหลอดอยู่ก็หนีปูขาวขึ้นมาให้ได้จับกัน สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรทำเมื่อไปหาหอยหลอดนั้นคือ การที่นำปูขาวเทลงไปเลยเพราะว่าจะทำให้หอยหลอดตัวเล็กที่ยังไม่สามารถเก็บได้ตายไปด้วยรวมถึงหอยหลอดตัวอื่นๆ บริเวณใกล้เคียง ถ้าใครจะไปหาหอยหลอดแนะนำว่าไปช่วง เดือนมีนาคม – พฤษภาคม จะเป็นช่วงที่จะพบหอยหลอดได้มากอีกทั้งยังสร้างรายได้ให้กับคนในพื้นที่ นอกจากนี้ยังเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์อื่นๆ อีกมากมาย เช่นนกชายฝั่ง นกทะเล เหยี่ยว นอกจากหอยหลอดแล้วยังมีหอยแครง หอยเสียบ หอยปากเป็ด หอยกะพง และยังเป็นป่าชายเลนอีกด้วย พื้นที่ของดอนหอยหลอดนับว่าเป็นพื้นที่ที่มีส่วนในการช่วยกรองตะกอนก่อนที่จะไหลลงสู่ทะเล ฉะนั้นจึงมีสภาพอย่างที่เห็นสำหรับนักท่องเที่ยวสามารถที่จะซื้อของฝากได้มากมาย แต่สิ่งหนึ่งหากได้ไปเที่ยวแล้วช่วยกันรักษาความสะอาดในพื้นที่ดอนหอยหลอดไม่อย่างนั้นแล้วสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ที่อาศัยอยู่จะได้รับผลกระทบเป็นอย่างมากรวมถึงผืนป่าชายเลน ขยะนับเป็นปัญหาสำคัญอย่างหนึ่งที่สร้างผลกระทบต่อชาวบ้านในพื้นที่รวมถึงรายได้จากนักท่องเที่ยวไม่อย่างนั้นแล้วดอนหอยหลอดหนึ่งในสัญญาพื้นที่ชุ่มน้ำจะไม่มีอีกต่อไปในอนาคต ดอนหอยหลอดต้องคอยต่อสู้และแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมมาโดยตลอด ที่โรงงานอุตสาหกรรมทำการปล่อยน้ำเสีย บุกรุกพื้นที่ป่าชายเลนเพื่อเลี้ยงสัตว์น้ำ ทำร้านอาหารรุกล้ำพื้นที่ทะเล การทิ้งขยะอย่างที่กล่าวไปแล้ว การหาหอยหลอดที่ผิดวิธีและอื่นๆ อีกมากมาย คนละไม้คนละมือเพื่อวันข้างหน้าของดอนหอยหลอดกันนะครับ